


อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของ Relife Solutions กับโอกาสที่เราได้เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางบทใหม่ของ Dr.Master เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เลยอยากมาเล่าบรรยากาศให้ฟังกันค่ะ
ครั้งนี้เราไปร่วมงานในฐานะหนึ่งในทีมของ Relife Solutions ซึ่งได้รับเชิญจาก Dr.Master ให้เข้าร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และสำหรับ Relife เองก็ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญ เพราะเราได้ร่วมงานกับ Dr.Master ในฐานะ Main Partner
พอได้ไปอยู่ในงานจริง ๆ สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือ งานนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่อง “การลดน้ำหนัก” หรือ “การเปลี่ยนรูปร่าง” อย่างเดียว แต่ Dr.Master พยายามเล่าเรื่องการดูแลตัวเองในมุมที่กว้างขึ้นมาก
คอนเซปต์ของงานคือ “Own Your Transformation – เปลี่ยน ในแบบที่เป็นคุณ”
ส่วนตัวเราชอบแนวคิดนี้นะคะ เพราะมันทำให้คำว่า Transformation ไม่ได้หมายถึงการต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร แต่เป็นการดูแลตัวเองให้ดีขึ้นในแบบที่เหมาะกับเรา ทั้งเรื่องสุขภาพ รูปร่าง ความมั่นใจ และการใช้ชีวิต
Relife Solutions ร่วมเปิดบทใหม่กับ Dr.Master
ในงาน “Your Next Transformation Chapter”


แนวคิดของ Dr.Master จากคนที่อยู่ เบื้องหลังแบรนด์จริง ๆ
อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจมากคือการได้ฟัง คุณหนิง – ปณิตา ธรรมวัฒนะ เล่าถึงแนวคิดและที่มาของ Dr.Master
สิ่งหนึ่งที่เราจำได้จากช่วงนี้คือ แบรนด์ไม่ได้อยากให้คนมองการเปลี่ยนแปลงจากแค่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง แต่ยังอยากให้มองถึงสุขภาพ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวมด้วย
พอได้ฟังจากเจ้าของแบรนด์ด้วยตัวเอง ก็ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า Chapter ใหม่ของ Dr.Master กำลังพยายามขยับจากเรื่องการดูแลรูปร่าง ไปสู่ภาพของ Health & Wellness ที่ครบมากขึ้น

ส่วน อ๊อฟ – ดร.พฤกษ์ ชยอนันต์ ก็มาเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนวัตกรรม งานวิจัย และการเลือกใช้สารสกัดต่าง ๆ
ตรงนี้เป็นอีกช่วงที่เราค่อนข้างสนใจ เพราะในฐานะทีมที่ต้องนำสินค้าไปสื่อสารต่อกับลูกค้า การได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ถูกคิดและพัฒนามาจากแนวทางไหน ทำให้เราเข้าใจตัวสินค้ามากกว่าการเห็นแค่แพ็กเกจหรือข้อมูลหน้ากล่อง


อีกมุมของการดูแลตัวเองจากพี่เบนซ์และพี่มิค
ในงานยังมี พี่เบนซ์ – พรชิตา ณ สงขลา และ พี่มิค – บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ มาร่วมพูดคุยด้วย
สิ่งที่เรารู้สึกว่าเข้าถึงง่ายมากคือ การพูดถึงสุขภาพในแบบของ “คนใช้ชีวิตจริง” เพราะพออายุมากขึ้น เรื่องการดูแลตัวเองอาจไม่ได้มีเป้าหมายแค่อยากผอมหรืออยากดูดี แต่ยังรวมถึงการมีแรงทำงาน มีสุขภาพดีพอที่จะดูแลครอบครัว และยังรู้สึกมั่นใจกับตัวเองในทุก ๆ วัน ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นมุมที่ใกล้ตัวมาก และทำให้เรื่อง Wellness ดูไม่ไกลเกินไปค่ะ



อีกหนึ่งช่วงที่เราสนใจเป็นพิเศษก็คือการเปิดตัว Lock Cap และ Redu-Shot ก่อนเข้าไปฟังรายละเอียด เราเองก็คิดว่าอาจเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างที่คล้าย ๆ กัน แต่พอฟังทีม Dr.Master อธิบายแล้วถึงได้รู้ว่า จริง ๆ แล้วทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้มีบทบาทคนละด้าน และตั้งใจให้เสริมกันมากกว่า
Lock Cap x Redu-Shot
คู่หูที่ถูกออกแบบมาให้ดูแลคนละด้าน

Lock Cap เน้นเผาผลาญไขมัน
และลดความอยากอาหาร
มีแนวคิดหลักเกี่ยวกับ Fat Block, Boost Metabolism และ Control Appetite
ภายในสูตรมีการพูดถึงสารสำคัญอย่าง perFIX™, BioPerine® และ SEPISMART™ SR ซึ่งแต่ละตัวถูกเลือกมาเพื่อสนับสนุนแนวคิดของผลิตภัณฑ์ในคนละส่วน
สิ่งที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจคือ Dr.Master ไม่ได้เล่า Lock Cap ในมุมของการ “บล็อกไขมัน” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามเชื่อมเรื่องการดูแลรูปร่างเข้ากับหลายปัจจัย ทั้งการเผาผลาญ ความอยากอาหาร และพฤติกรรมการกิน
โดยเฉพาะ SEPISMART™ SR ที่เป็นเทคโนโลยีแบบ Sustained-Release หรือการค่อย ๆ ปลดปล่อยสารสำคัญ ซึ่งพอได้ฟังรายละเอียดในงานแล้ว ก็ทำให้เห็นว่าทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญกับรูปแบบการนำสารสำคัญมาใช้ด้วย ไม่ได้เลือกเพียงแค่ชื่อสารสกัดที่ดูน่าสนใจเท่านั้น
Redu-Shot มาในรูปแบบ Liquid Shot ซึ่งเป็นรูปแบบที่หยิบทานง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนที่ต้องเจอกับมื้ออาหารค่อนข้างหลากหลายในแต่ละวัน
หนึ่งในสารสำคัญที่พูดถึงในงานคือ Reducose® สารสกัดจากใบหม่อนขาวจากสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกนำมาใช้ภายใต้แนวคิดเรื่องการจัดการแป้งและน้ำตาลจากมื้ออาหาร
พอฟังแล้ว เรารู้สึกว่า Redu-Shot ไม่ได้ถูกวางให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า “ทานแล้วไม่ต้องควบคุมอาหาร” แต่เหมือนถูกออกแบบมาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามจัดการพฤติกรรมการกินของตัวเอง โดยเฉพาะมื้อที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือของหวานค่อนข้างเยอะ
ตรงนี้ทำให้เราเห็นภาพของผลิตภัณฑ์ชัดขึ้นว่า จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ลด” อย่างเดียว แต่คือการนำไปวางอยู่ในชีวิตประจำวันของคนที่ยังต้องกินข้าว ทำงาน เจอสังคม และใช้ชีวิตตามปกติ
Redu-Shot เน้นดูแลมื้ออาหาร โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาล

ทำไม Lock Cap ถึงเปิดตัวคู่กับ Redu-Shot?
ส่วนนี้เป็นสิ่งที่หลังจากฟังจบแล้วเรารู้สึกว่าเข้าใจคอนเซปต์ของทั้งคู่มากขึ้นค่ะ
เพราะเวลาพูดถึงการดูแลรูปร่างในชีวิตจริง ปัญหาของแต่ละคนอาจไม่ได้มาจากจุดเดียว บางคนชอบแป้งและของหวาน บางคนควบคุมปริมาณอาหารยาก หรือบางช่วงก็มีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปตามงานและการใช้ชีวิต
Redu-Shot จึงถูกวางให้อยู่ในฝั่งของการดูแลเรื่อง แป้งและน้ำตาลจากมื้ออาหาร ขณะที่ Lock Cap จะมองไปที่อีกด้าน ทั้ง ไขมัน การเผาผลาญ และความอยากอาหาร
เมื่อเอาทั้งสองแนวคิดมาวางคู่กัน จึงทำให้เข้าใจได้ว่าทำไม Dr.Master ถึงเลือกเปิดตัว Lock Cap x Redu-Shot พร้อมกัน เพราะแบรนด์กำลังพยายามนำเสนอการดูแลรูปร่างในแบบที่มองหลายองค์ประกอบ ไม่ได้ฝากความหวังไว้กับวิธีใดวิธีหนึ่ง
สำหรับเราในฐานะทีมที่ต้องนำเรื่องราวของสินค้าไปสื่อสารต่อ จุดนี้ค่อนข้างสำคัญเลยค่ะ เพราะทำให้เราไม่ได้จำสินค้าแค่ชื่อหรือสารสกัด แต่เข้าใจด้วยว่า แต่ละตัวถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์อะไร และทำไมถึงต้องมีสองตัว


นอกจากเรื่องสินค้า อีกอย่างที่รู้สึกประทับใจก็คือ บรรยากาศของงาน ค่ะ
ได้เจอทั้งทีมของ Dr.Master แขกรับเชิญ และคนที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์หลาย ๆ ฝ่าย ทำให้เราได้เห็นว่า กว่าจะกลายมาเป็นแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งตัว มันมีคนจำนวนมากช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันผลักดันอยู่เบื้องหลัง
สำหรับเราที่ได้มาในฐานะหนึ่งในทีม Relife ก็รู้สึกดีที่บริษัทของเราได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ เพราะไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่ “มาร่วมงานเปิดตัวสินค้า” อย่างเดียว แต่เหมือนเราได้มาเห็นจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่ง Chapter ที่ทั้งสองแบรนด์กำลังจะเดินไปด้วยกัน
ขอบคุณ Dr.Master ที่เชิญทีม Relife Solutions มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันสำคัญนะคะและสำหรับเราเอง นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้ทั้งความรู้ ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ เรื่องการดูแลสุขภาพ และได้เข้าใจแบรนด์ที่เรากำลังร่วมงานด้วยมากขึ้นกว่าเดิม
จบงานด้วยความประทับใจและการเริ่มต้นครั้งใหม่








